ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นจนหาที่สุดมิได้
วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560
พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 26 ตุลาคม พ.ศ.2560
ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นจนหาที่สุดมิได้
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นจนหาที่สุดมิได้
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
สัมพันธ์แน่นแฟ้นราชวงศ์ไทย-ญี่ปุ่น กับการทูตหยุดโลกเริ่มต้นขึ้นจาก “ปลา”
เดือนธันวาคม พ.ศ. 2507 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศ “เจ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมาร” เสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต พร้อมสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระยศ “เจ้าหญิงมิชิโกะพระชายา” ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากแดนอาทิตย์อุทัยอย่างสมพระเกียรติ
มีข้อมูลประวัติศาสตร์ที่สำคัญต้องกล่าวถึงในการเสด็จฯ เยือนประเทศไทยครั้งแรกนี้ว่า มีโปรแกรมช่วงหนึ่งที่จัดให้ทั้ง 2 พระองค์เสด็จฯ มาทอดพระเนตรปลา อันเป็นพระดำรินอกกรอบ ที่ทำให้การทูตหยุดโลกเริ่มต้นขึ้นจาก “ปลา” ภายในพิพิธภัณฑ์ประมง ซึ่งตั้งอยู่ในคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ในเวลานั้นเจ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมาาร ทรงมีความสนพระราชหฤทัยและเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาอยู่แล้ว ทรงพระสำราญเป็นอย่างยิ่ง ทรงหยิบขวดต่าง ๆ ขึ้นทอดพระเนตร รวมถึงขวดปลาบู่ ซึ่งเป็นปลาที่พบในเมืองไทยเป็นครั้งแรกของโลก โดยปลาบู่ชนิดดังกล่าวมีชื่อว่า “ปลาบู่มหิดล” ที่ตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งเมื่อพระองค์ทรงทราบที่มาของชื่อปลา จึงทรงเกิดความประทับพระราชหฤทัย
จากนั้นต่อมาในปี พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ขอพระราชทาน “ปลานิล” จากเจ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมาร ซึ่งพระองค์ได้ถวายปลานิลจำนวน 50 ตัว จากนั้นเมื่อปลาตายจนเหลือเพียง 10 ตัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงนำกลับมาทรงเลี้ยงเองในวังสวนจิตรลดา จนสามารถเพาะขยายพันธุ์เป็น “ปลานิล” ที่สามารถพระราชทานให้กรมประมงได้ถึง 10,000 ตัว ภายในเวลาเพียงไม่ถึง 1 ปี
ขอบคุณข้อมูลจาก : รายงานพิเศษ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช / สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ http://nwnt.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=TNPOL591114001000
มีข้อมูลประวัติศาสตร์ที่สำคัญต้องกล่าวถึงในการเสด็จฯ เยือนประเทศไทยครั้งแรกนี้ว่า มีโปรแกรมช่วงหนึ่งที่จัดให้ทั้ง 2 พระองค์เสด็จฯ มาทอดพระเนตรปลา อันเป็นพระดำรินอกกรอบ ที่ทำให้การทูตหยุดโลกเริ่มต้นขึ้นจาก “ปลา” ภายในพิพิธภัณฑ์ประมง ซึ่งตั้งอยู่ในคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ในเวลานั้นเจ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมาาร ทรงมีความสนพระราชหฤทัยและเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาอยู่แล้ว ทรงพระสำราญเป็นอย่างยิ่ง ทรงหยิบขวดต่าง ๆ ขึ้นทอดพระเนตร รวมถึงขวดปลาบู่ ซึ่งเป็นปลาที่พบในเมืองไทยเป็นครั้งแรกของโลก โดยปลาบู่ชนิดดังกล่าวมีชื่อว่า “ปลาบู่มหิดล” ที่ตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งเมื่อพระองค์ทรงทราบที่มาของชื่อปลา จึงทรงเกิดความประทับพระราชหฤทัย
จากนั้นต่อมาในปี พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ขอพระราชทาน “ปลานิล” จากเจ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมาร ซึ่งพระองค์ได้ถวายปลานิลจำนวน 50 ตัว จากนั้นเมื่อปลาตายจนเหลือเพียง 10 ตัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงนำกลับมาทรงเลี้ยงเองในวังสวนจิตรลดา จนสามารถเพาะขยายพันธุ์เป็น “ปลานิล” ที่สามารถพระราชทานให้กรมประมงได้ถึง 10,000 ตัว ภายในเวลาเพียงไม่ถึง 1 ปี
ขอบคุณข้อมูลจาก : รายงานพิเศษ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช / สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ http://nwnt.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=TNPOL591114001000
วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จริยวัตรสง่างามอีกพระองค์ เป็นถึงร้อยเอกหญิง ดร.ไปแล้ว อีกหนึ่งราชวงศ์จักรีที่คนไทยเคารพรักเทิดทูน
ร้อยเอกหญิง ดร. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
พระประวัติ
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ (พระนามเดิม หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร) อดีตพระวรชายา และเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
การศึกษา
ระดับอนุบาล ประถมและมัธยมต้น ณ โรงเรียนราชินี
ระดับมัธยมปลาย ณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษ และโรงเรียนจิตรลดา
ระดับปริญญาตรี ใน ปี พ.ศ. 2544 จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง
ระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
เนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) เนติบัณฑิตยสภา ปีการศึกษา 2547
Master of Laws (LL.M.), มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐ
Doctor of the Science of Law (J.S.D.) มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐ
พระยศทางทหาร
พ.ศ. 2543 – ว่าที่ร้อยตรีหญิง , ร้อยตรีหญิง และ นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
พ.ศ. 2545 – ร้อยโทหญิง และนายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์
พ.ศ. 2551 – ร้อยเอกหญิง
พระเกียรติคุณ
รางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544
วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2543 คณะกรรมการรางวัลสัญญาธรรมศักดิ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถวายรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 เป็นกรณีพิเศษแด่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ด้วยทรงเป็นตัวอย่างในด้านการศึกษาและด้านกิจกรรมนักศึกษา โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่า ตลอดเวลาที่ทรงศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนักศึกษาทั่วไปทั้งในด้านการศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ
รางวัล Medal of Recognition หน่วยงาน UNODC (ยูเอ็นโอดีซี) สหประชาชาติ จากทรงมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภา เพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ โครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี)การทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ จึงพิจารณาทูลเกล้าถวายรางวัลกียรติยศสูงสุดจากสหประชาชาติ
ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador)
ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระองค์ทรงประทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และทรงประทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี ซึ่งหน่วยงาน UNIFEM รู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในพระกรณียกิจที่ทรงช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกลุ่มหนึ่งในสังคมไทย โดยหน่วยงาน UNIFEM ขอพระราชทานกราบทูลเชิญพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง
ปริญญากิตติมศักดิ์
พ.ศ. 2549 ปริญญากิตติมศักดิ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
พ.ศ. 2551 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
พ.ศ. 2552 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. 2553 ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
พ.ศ. 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
พ.ศ. 2553 ปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์
พ.ศ. 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พ.ศ. 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือ 8 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
กำแพงเพชร, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม,
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
พ.ศ. 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พ.ศ. 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
FB (น้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้)
amazingkhao.com
พระประวัติ
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ (พระนามเดิม หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร) อดีตพระวรชายา และเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
การศึกษา
ระดับอนุบาล ประถมและมัธยมต้น ณ โรงเรียนราชินี
ระดับมัธยมปลาย ณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษ และโรงเรียนจิตรลดา
ระดับปริญญาตรี ใน ปี พ.ศ. 2544 จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง
ระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
เนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) เนติบัณฑิตยสภา ปีการศึกษา 2547
Master of Laws (LL.M.), มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐ
Doctor of the Science of Law (J.S.D.) มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐ
พ.ศ. 2543 – ว่าที่ร้อยตรีหญิง , ร้อยตรีหญิง และ นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
พ.ศ. 2545 – ร้อยโทหญิง และนายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์
พ.ศ. 2551 – ร้อยเอกหญิง
พระเกียรติคุณ
รางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544
วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2543 คณะกรรมการรางวัลสัญญาธรรมศักดิ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถวายรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 เป็นกรณีพิเศษแด่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ด้วยทรงเป็นตัวอย่างในด้านการศึกษาและด้านกิจกรรมนักศึกษา โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่า ตลอดเวลาที่ทรงศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนักศึกษาทั่วไปทั้งในด้านการศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ
รางวัล Medal of Recognition หน่วยงาน UNODC (ยูเอ็นโอดีซี) สหประชาชาติ จากทรงมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภา เพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ โครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี)การทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ จึงพิจารณาทูลเกล้าถวายรางวัลกียรติยศสูงสุดจากสหประชาชาติ
ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador)
ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระองค์ทรงประทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และทรงประทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี ซึ่งหน่วยงาน UNIFEM รู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในพระกรณียกิจที่ทรงช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกลุ่มหนึ่งในสังคมไทย โดยหน่วยงาน UNIFEM ขอพระราชทานกราบทูลเชิญพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง
ปริญญากิตติมศักดิ์
พ.ศ. 2549 ปริญญากิตติมศักดิ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
พ.ศ. 2551 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
พ.ศ. 2552 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. 2553 ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
พ.ศ. 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
พ.ศ. 2553 ปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์
พ.ศ. 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พ.ศ. 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือ 8 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
กำแพงเพชร, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม,
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
พ.ศ. 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พ.ศ. 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
FB (น้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้)
amazingkhao.com
วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
"สมเด็จพระเทพฯ" ในแผ่นดินที่ "พ่อ" เคยเดิน...
ภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมซ้อมในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเคลื่อนจากพระบรมมหาราชวัง ไปสู่พระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ตามโบราณราชประเพณี ตั้งแต่เช้าไปถึงเที่ยง เป็นภาพที่ถูกเผยแพร่และแชร์ต่อไปในโลกโซเชียลจำนวนมาก
ในช่วงเย็นวันเดียวกันนั้น ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "อ.อุดม สุขทอง"ได้โพสต์ภาพสมเด็จพระเทพฯ ของศูนย์ภาพเนชั่น พร้อมเขียนบทกลอนเทิดพระเกียรติ ซึ่งมีผู้แชร์บทกลอนของอาจารย์ไปจำนวนมาก เนื้อความ ดังนี้
"พ่อเคยเดิน กลางแดด ที่แผดเผา
ร้อนกว่าเรา ไม่เคยท้อ พ่อเดินไหว
พ่อเดินไป ทุกถิ่น แผ่นดินไทย
ทำด้วยใจ รัก พสก ปกเขตคาม
มาวันนี้ ที่แสนร้อน พ่อผ่อนพัก
เห็นลูกรัก ราชกุมารี ศรีสยาม
เดินกลางแดด แผดเผา เรารู้ความ
ท่านเดินตาม รอยพระบาท ราชบิดา
(ขอพระองค์ทรงพระเจริญ)
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายอุดม สุขทอง"
"ประการแรก เพราะผมเห็นการทรงงานของพระเจ้าแผ่นดินมาตั้งแต่จำความได้ ตั้งแต่เล็กครอบครัวจะสอนผมเสมอว่าให้ขยันและรับผิดชอบโดยมีภาพและตัวอย่างการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างที่เห็นได้ชัด (ข่าวในพระราชสำนักออกทุกวัน บางวัน พระองค์ท่านทรงงานนับ 10 พระราชกรณียกิจ) การปลูกฝังดังกล่าว ทำให้ผมมีนิสัยที่รับผิดชอบ ซึ่งเป็นพื้นฐานความสำเร็จของชีวิตและผลงานในปัจจุบันครับ
ประการต่อมา สมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงเป็น "อภิชาตบุตรี" เพราะทรงเรียนรู้ จดจำ ทำตามแบบอย่างจากพระราชบิดา และทำมาตลอดจนถึงปัจจุบัน
ผมมารับราชการกรมราชทัณฑ์ได้ประจักษ์ชัดว่าสมเด็จพระเทพฯท่านทรงงานด้วยความเอาใจใส่ เสด็จพระราชดำเนินไปแทบทุกเรือนจำ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ต้องขัง บางครั้ง การเดินทางไปในเรือนจำบางแห่งเป็นที่ทุรกันดาร ไม่น่าอภิรมย์แต่พระองค์ทรงไป ทรงทำให้คุณภาพชีวิตของบุคคลเหล่านี้ดีขึ้น ด้วยทรงหวังให้เขาพ้นโทษไปเป็นสุจริตชนในสังคม
สรุปได้ว่า ที่ผมประพันธ์ไปนั้น เพราะซาบซึ้ง เข้าใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณครับ"
ปัจจุบัน อ.อุดม อายุ 33 ปี ส่วนที่เรียกตัวเองว่าเป็น "อาจารย์" เพราะ อ.อุดม มีตำแหน่งทางวิชาการ เป็นนักวิชาการอบรมฯชำนาญการ
เมื่อขอ "ชื่อบทกลอน" นี้ อ.อุดม ให้ชื่อว่า "ทรงดำเนิน"
เหตุผลที่ตั้งชื่อนี้ "เพราะถวายพระเกียรติทั้งในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพฯ ทำให้น่าสนใจว่า ทรงดำเนิน (เดิน) ทำไม กลางแดดร้อนๆ พออ่านบทกลอนจะเข้าใจเลยว่า เพราะท่านเดินตามแบบพระราชบิดา เดินเพื่อประชาผาสุกครับ"
Source : คม ชัด ลึก
วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560
ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ ครบรอบ ๑ ปี พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า
นายสุบรรณ์ คำแพง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



































































